การ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดของ พธม. ผ่านไปแล้วกว่าหนึ่งร้อยวัน ยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถโค่นล้มรัฐบาลนี้ลงได้ หากพิจารณาข้อเรียกร้องของ พธม. แล้ว ดูเหมือนว่าจะไร้ทางออกในการสร้างประชาธิปไตยใหม่หรือสร้างเมืองใหม่ที่ พธม. ต้องการอย่างสิ้นเชิง ซึ่งรัฐบาลเองก็ทราบ ถึงข้อจำกัดของ พธม.ดี นายกรัฐมนตรีจึงได้ยื้อไปเรื่อยๆ ให้ พธม. หมดความชอบธรรมไปเองในที่สุด

ขณะนี้ผู้คนเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์กันแล้วว่า ข้อเรียกร้องของ พธม. จะสามารถทำให้เกิดความเป็นจริงได้อย่างไร หากรัฐบาลนี้ยอมทำตาม

ถ้าเป็นกรณีแรกให้ นายสมัคร สุนทรเวช ลา ออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีสมมุติว่า นายสมัครฯ ยอมทำตาม (ซี่งคงยาก) รัฐมนตรีทั้งคณะก็ต้องสิ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรีไปด้วย ตามรัฐธรรมนูญ ปี 50 มาตรา 180(1) สภาต้องมีการสรรหานายกรัฐมนตรีกันใหม่ สภาผู้แทนราษฎร์ก็ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ให้สภาลงมติเลือก ตามมาตร 172 ซึ่งหากพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังคงเกาะกลุ่มกันได้ ก็คงหนีไม่พ้น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือนายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ จะถูกเสนอชื่อให้สภาผู้แทนฯ เลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนนายบรรหาร ศิลปอาชา คงจะยากที่จะได้เป็น และพอได้ตัวนายกรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งก็คงได้คนเดิมๆ มาเป็นรัฐมนตรี ทางเลือกนี้ พธม. ประกาศไว้ชัดเจนแล้วว่า ไม่ยอม

หรือ ถ้าเป็นกรณีที่สอง ให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อนายกรัฐมนตรีลาออก และหากพรรคประชาธิปัตย์ สามารถรวบรวมเสียง สส. ได้เป็นเสียงข้างมาก นั่นคือต้องดึงเอาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมทุกพรรคมาร่วม ก็จะได้เสียง สส. ทั้งหมด 147 เสียง โดยให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะมีพรรคพลังประชาชน เป็นพรรคฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียว ในกรณีนี้ นายอภิสิทธิ์ฯได้ประกาศกลางสภาไว้แล้วว่าจะไม่ทำ และ พมธ. เองก็ประกาศไว้แล้วเช่นกัน หากรัฐบาลใหม่มีพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอยู่ก็ ไม่ยอม

หรือถ้าเป็นกรณีที่สาม นายกรัฐมนตรี ยุบสภา ซึ่ง โอกาสความเป็นไปได้มีน้อย เพราะตามลักษณะนิสสัยส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี ก็คือ เมื่อตัวเองไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้เป็น พวก สส. ก็ต้องกลับไปบลงเลือกตั้งใหม่ เมื่อเป็นอย่างนี้ก็จะต้องมีการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายในเวลาไม่น้อย กว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน ตามมาตรา 108 วรรคสอง อดีต สส. ของรัฐบาลก็จะไปซื้อเสียงแล้วก็กลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกเหมือนเดิม พธม. ก็ประกาศไว้ชัดเจนอีกว่า ไม่ยอม

ดู ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีหนทางอื่นอีก เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ว่า ถ้าในกรณีที่ประชาชนชุมนุมประท้วงตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล เป็นเหตุให้รัฐบาลสิ้นสภาพไป ให้แกนนำประชาชนที่จัดให้มีการชุมนุมประท้วง เป็นผู้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ (กรณีนายกยุบสภา) หรือให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อแกนนำให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้ เป็นนายกรัฐมนตรี (กรณีนายกรัฐมนตรีลาออก) และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป

ในเมื่อรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่ ได้บัญญัติไว้อย่างที่กล่าว ข้อเรียกร้องของ พธม. ในเรื่องการสร้างการเมืองใหม่จึงไม่อาจเกิดความเป็นจริงขึ้นมาได้ นอกจากจะยอมให้ทหารทำการรัฐประหารเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญปี 50 เสียก่อน จึงจะดำเนินการต่อไปได้ และเมื่อถึงตอนนั้น การเมืองใหม่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ก็แล้วแต่เวรกรรม

edit @ 5 Sep 2008 01:22:45 by politic news by tr50